เที่ยวอีสานไปเที่ยวเลยกันไหม
เลยเลยเลย จะเลยไปไหน ไปมาแล้วนะ จังหวัดเลย จริงๆ จังหวัดเลยเคยไปเที่ยวตั้งแต่สมัยช่วงเรียน ไปไหนมามั้ง ภูกระดึง ที่เที่ยวสุดฮิตวัดความแกร่งของการเดินขึ้นภู เดินดูพระอาทิตย์ตกผาหล่มสัก พระอาทิตย์ขึ้น ดูป่าสนและความเป็นธรรมชาติของป่าภูกระดึง และทะเลหมอก แล้วก็เคยไป ภูเรือ และ นาแห้วอีก แต่รอบนี้ไปจังหวัดเลยโดยเครื่องบินครับ
จังหวัดเลยมีสนามบินด้วยเหรอ คนบ้านเกิดอุดรถาม มีสิเพราะผมจองตั๋วเครื่องบินไปแล้ว คงไม่ใช่แอพสแกมเมอร์หรอกมั้ง โดนตัดเงินผ่านบัตรเครดิตไปแล้วนะ สรุป มีสนามบินจังหวัดเลย มีเพียงสายการบินเดียว วันนึงมีสองรอบ ดีเราไม่ต้องขับรถไปไกลเป็นสิบชั่วโมง นั่งเครื่องบินชั่วโมงเดียวถึงแต่ว่าขนกระเป๋าได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัมนี้ละ คือปัญหาเลยต้องเตรียมเครื่องชั่งน้ำหนักมาลองยกวัดค่าน้ำหนักดูก่อน ตอนเข้าไปรอเครื่อง พนักงานสแกนเจอหลอดยาสีฟัน บอกว่าห้ามเอาขึ้นเครื่อง ยาสีฟันระบุ 140 กรัม ถูกใช้ไปพอควร ผมก็บอกว่ามันไม่น่าจะถึง 100 กรัมแล้วนะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า เขาจะดูที่ผลิตภัณฑ์ระบุไว้ เอาเป็นว่าต้องทิ้งลงถังขยะไป เสียดายอยู่เดี๋ยวไปหาซื้อใหม่เอาที่เลยแล้วกัน ฮาาา
ลืมบอกไปจุดประสงค์หลักรอบนี้ ไม่ได้เป็นเที่ยวนะ จะไปร่วมงานบุญหล่อองค์พระ โดยหล่อพระในสถานที่ๆเตรียมสร้างโรงพยาบาล ที่ดินตรงนี้มีคนใจบุญบริจาคมา 36 ไร่เพื่อใช้ในการสร้างโรงพยาบาล สถานที่เราไปห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นเหมือนป่าอยู่ วันที่เราเดินทางไปมีพายุเข้ามาพอดี แต่เข้าโดนตรงๆคืออีสานตอนล่าง แต่เราไปอีสานตอนบน ตอนแรกก็กังวลว่าเราขึ้นเครื่องบินไปจะอันตรายไหม แต่ไปถึงสนามบินจังหวัดเลยโดยปลอดภัย เมื่อไปถึงก็เดินทางไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนึง คืนนี้จะมีพิธีก่อนการหล่อพระ หลังจากลงเครื่องบิน เราได้ทำการติดต่อเช่ารถไว้ล่วงหน้า ลงมาปุ๊บเดินไปที่บูทเช่ารถยนต์รอรับรถแล้วเดินทางต่อได้เลย วันนี้เราเดินทางโดยรถฮอนด้าซิตี้1.0เทอร์โบ รถมาจอดปุ๊บเราก็ขึ้นแล้วก็งงนิดหน่อย กระจกหลัง กระจกข้างมันปรับไว้ไม่ดี มีเกียร์อะไรมั้ง เพราะทริปนี้มีขึ้นลงเขาทางคดเขี้ยวแน่นอน หลังจากขึ้นรถก็ขับออกไป แล้วงงว่าเลี้ยวไปทางไหนออกจากสนามบิน หยุดอยู่ทางแยกแป๊บ แต่ด้วยความหิว มื้อแรกที่เรารับประทานกันคือบุฟเฟต์ MK ที่ BigC ทานกันให้อิ่มไปเลย ก่อนเดินทางต่อ หลังจากทานอิ่มมากแล้วเราก็ไปซื้อของทำบุญ แต่บิ๊กซีไม่มีดอกไม้ เอาละไปซื้อที่ไหนดี เลยถามพนักงานเอ็มเค บอกไปที่ตลาดสดใกล้กับขนส่ง โอเคเราไปกันต่อ ไปที่ตลาดสดใกล้ขนส่ง จอดรถปุ๊บมีคนมาเก็บค่าจอดรถ ตอนแรกคิดว่าแบบ กทม รึป่าวแต่จริงๆเป็นพนักงานเทศบาลเพราะมีออกใบเสร็จ ค่าจอดรถ 5 บาท จากนั้นก็ลงไปเดินตลาด เข้าไปในตลาดแล้วรู้สึก สนุก มันแปลกดีมาเดินตลาดสด ความรู้สึกบ้านๆก็มา สนุกดีนะ เราก็เดินหาร้านขายดอกไม้ จะซื้อไปไหว้พระ เดินไปมาเจอแค่ 2 ร้าน ดอกบัวราคาจะแพงหน่อย แล้วก็ซื้อกล้วยด้วย สนุกดีมาเดินตลาดท้องถิ่น พูดคุยกับแม่ค้า แม่ค้าดูมีความเป็นมิตรและมนุษยสัมพันธ์ดีแท้ จะซื้อกล้วยแม่ค้านอนหลับอยู่ แม่ค้าร้านตรงข้ามช่วยขายให้ ฮาา…
หลังจากเราได้ของไหว้พระครบ ก็เดินทางไปไหว้พระก่อน เมื่อไหว้เสร็จเราก็สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า สถานที่เราจะไปร่วมงานมันอยู่ตรงไหน เพราะคืนนี้เราต้องเดินทางไปกัน จะได้ตั้ง GPS ก่อนจะได้ไปถูก ออกนอกเมืองไปสัก 20 กิโลเมตร แถวนี้ก็ไม่รู้จักด้วย รถที่ขับก็ยังไม่ถนัดเท่าไหร่ รู้สึกว่านั่งไม่สบาย เข็มขัดมันรัดแน่น กระจกข้าง มุมมันแปลกๆ กระจกหลังก็มองไม่เห็น ก็พยายามปรับให้มันถนัดมากสุด แต่ข้อดีคือ ช่วงล่างนุ่ม พวงมาลัยเบา เกียร์CVT เอาละหลังจากไหว้พระเสร็จ ก็รีบเข้าโรงแรมเพื่อเช็คอินก่อน จะได้แน่ใจว่ามีที่พักแน่นอนไม่พลาด โอเคหลังจากเข้าโรงแรมที่พักได้พักสักหน่อย ก็ต้องเตรียมตัวออกกันอีกครั้งครับ
เราตั้ง GPS ไว้สถานที่ๆสร้างโรงพยาบาล เส้นทางการเดินทางมีสองทาง ทางแรก ไปถนนหลักที่วิ่งไปเชียงคานได้ ทางสองวิ่งถนนรองไปถึงเลย สรุปไปทางใกล้ไปถนนรอง ตอนนั้นฝนตกตลอดเนื่องจากมีพายุเข้ามา เส้นทางไม่รู้จักเลย แน่มากๆ เราก็ขับไปตาม GPS มีรถใหญ่ 2 คัน นำทางตลอด ทำให้เห็นทางตลอดว่าขึ้นลงคดเขี้ยวอย่างไร ก็ถือว่าไปแบบค่อยๆ ไป ตามรถใหญ่ไปเรื่อย จริงๆจะแซงก็ได้แต่ไม่เอาดีกว่า ก็วิ่งไปเรื่อยๆเน้นความปลอดภัย เลยทำให้ไม่รู้สึกน่ากลัวเท่าไหร่ เพราะทางคดเขี้ยว บางจุดไม่มีไฟถนน มีฝนตกตลอดทาง ขับตามไปเรื่อยๆจนไปถึงมีไฟเหมือนงานวัดติดไว้หน้าถนนยาวเลย ต้องขับเข้าไปในด้านใน เข้าไปแล้วถนนมีแต่โคลนขับวนไปมาหลายรอบ กว่าจะหาที่จอดได้เพราะบางจุดเหมือนล้อติดล่ม ล้อฟรี ตอนล้อฟรีก็คิดว่ารถมันไม่แรงพอป่าว รถฮอนด้าซิตี้เทอร์โบ รถอีโค่คาร์ หลังจากจอดได้ ในใจก็คิดว่า มีคนมาร่วมทำบุญเยอะนะ ไกลขนาดนี้ยังมากัน สุดยอดมากๆ ผมก็มาเพราะที่บ้านอยากมา เราก็มาช่วยขับรถให้ไปร่วมงานบุญได้สำเร็จ
หลังจากลงจากรถเราก็เดินลงมาเจอพื้นเละๆลื่นๆ ลองนึกภาพนะครับ ดินลูกรังมีฝนตกตลอด มันก็จะเละๆลื่นๆเดินๆไปก็จะมีสไลด์ๆบ้างแต่อย่าล้มเป็นพอ ก็ค่อยกระดิบๆไป จนไถึงเต้นพิธีที่ทางโครงการเตรียมไว้ รถจอดกันเต็มเลยครับ เราก็เดินด้วยความระมัดระวัง ฝนก็ตกแรงสลับเบาตลอด เราก็เดินไปถึงงานสำเร็จ สุดยอดมากๆ ก็นั่งเข้าร่วมพิธี มีเฉิดมังกรและสิงโตให้ดู มีพิธีสวดมนต์นานมากเป็นหลักมากกว่าชั่วโมง เราก็ร่วมพิธีจนงานเสร็จ ก็เดินทางกลับครับ
ตอนขับรถขากลับ ไม่มีรถนำขบวนเหมือนตอนขามา แล้วขากลับเราจะขับข้ามไปถนนใหญ่เพื่อกลับ ทางมืดมาก ฝนก็ตก ทางก็มีขึ้นลงเลี้ยวตลอด ดีนะมี GPS พอช่วยบอกทางล่วงหน้า แต่ก็ต้องระวังขับเร็วมากไม่ได้ ทางก็มืดมากๆ ก็ค่อยๆขับกลับมาจนถึงโรงแรม ตัวก็เปียกเท้าก็เละโคลนเละเทอะดีแท้ เมื่อถึงที่พักก็อาบน้ำเข้านอนพรุ่งนี้มีร่วมงานอีกช่วงบ่าย ตามโปรแกรมหลังร่วมงานหล่อพระเสร็จจะเดินทางต่อไปที่เชียงคาน ซึ่งทำการจองโรงแรมไว้ล่วงหน้าแล้ว
หลังจากตื่นนอนพักให้เต็มที่แล้ว เราก็เริ่มเดินทางไปที่งานหล่อพระ รอบนี้เราไปทางถนนหลัก ฝนก็ตกหนักสลับเบาตลอดทาง จนไปถึงมีรถจอดเต็มจนออกมาตามถนนสองข้างทาง โอโห้คนเยอะมากๆ มากกว่าเมื่อคืนอีก คนมีจิตศรัทธาเยอะจริงๆ เดินทางมาจากทั่วประเทศไทย ก่อนออกจากโรงแรมผมได้คุยกับป้า2ท่านหน้าตาดูใจดีสายคนชอบทำบุญ พอดีเดินลงมาดื่มชอกโกแลตร้อนของโรงแรม ท่านเดินทางมาร่วมงานบุญเหมือนกัน มาจากกรุงเทพมหานคร ไม่มีรถ เรียกบริการรถจากแอพพาไปส่งในงาน สุดยอดจริงๆ ผมก็กะจะชวนไปด้วยกันแต่เขาน่าจะเรียกรถแล้ว แต่ผมยังไม่ไป อีกสักพักใหญ่ๆเลย เลยไม่ได้ชวนไปด้วยกัน
หลังจากเราเดินทางไปถึงเต็นท์พิธี เจ้าหน้าที่ก็ยื่นกล่องเล็กๆมาให้ ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็น ทอง เงิน นาค ไว้หล่อพระ เหลืออันสุดท้ายแล้ว ในใจก็คิดว่ามันคืออะไร หน้าตาเป็นเหมือนดอกไม้เล็กๆสามชิ้นสามสี อยู่ในกล่องพลาสติก ผมก็คิดอยู่แป๊บนึงสุดท้ายก็โอนเงินทำบุญและนำมาเก็บไว้ก่อน หลังจากหาที่นั่งได้เสร็จก็เดินไปห้องน้ำแล้วก็ผ่านโรงเจ ทานเจหน่อยดีไหม ก่อนมาถึงเราทานอาหารมาแบบเต็มอิ่มเลย แต่ก็อยากลองอาหารเจหน่อย ลองชิมก๋วยเตี๋ยวเจก่อน อร่อยเหาะน้ำซุปร้อนๆ ทานแล้วรู้สึกดีเพราะฝนตกตลอดจะเปียกๆชื้นแฉะตลอด อร่อยด้วย จากนั้นก็ลองเดินไปดูน้ำ น้ำคือน้ำมะนาวเลม่อนโซดาน้ำผึ้งเอามาลองหน่อย ก็อร่อยนะ ไปเจอขนมหวานอะไรไม่รู้ ผมบอกขอถ้วยเล็กๆเอาแบบไม่เต็มถ้วยมาชิมๆเดี๋ยวทานไม่หมด ยายก็ตักให้ ขนมสาคูมะพร้าวกระทิ อร่อยอีก อะไรๆก็อร่อยไปหมดเลย อาหารเจถ้าทำดีๆก็อร่อยนะ ไม่ต้องมีเนื้อสัตว์ก็ได้ แต่เอาละเขาจะเริ่มหล่อพระแล้วเดินไปดูดีกว่า
เราก็เดินไปดูแบบระวังล้ม เดินไปมีสไลด์เป็นช่วงๆ เพราะพื้นเปียกลื่นเลอะเละ ต้องดูแล้วเหยียบตรงที่พอมีหญ้าจะได้ช่วยให้ไม่ลื่นล้ม เอาละก็เดินไปดูพิธีหล่อพระ มีโต๊ะบูชาโต๊ะใหญ่ๆ คนร่วมงานก็ดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่สิ่งแวดล้อมคือฝนตกพรำๆตลอด แต่การหล่อพระก็ผ่านไปด้วยดี มีประกาศว่ากำลังหล่อพระ ใครมีทองเงินนาคให้นำมาใส่ช้อนยาวๆ เจ้าหน้าที่มารอรับนำไปหลอมเป็นพระนั้นเอง เราก็เทดอกไม้ใส่ช้อนยาวๆที่เจ้าหน้าที่รอรับ จาานั้นเจ้าหน้าที่ก็เอาไปใส่ในบ่อหลอมพระ ส่วนใครมีดอกไม้ก็มาโปรยๆ ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีพระจากวัดร่วมสวดมนต์ด้วยเป็นภาษาบาลีสันกฤตไปด้วย มีเฉิดมังกรและสิงโตด้วยอีก เราก็ร่วมงานจนเสร็จ ได้บูชาพระกลับมาด้วย เป็นองค์ที่ 24 เลขสวยเชียว ตอนแรกคิดว่าจะส่งกลับบ้านกรุงเทพยังไงดี แต่คิดไปมาเอาขึ้นเครื่องบินกลับเลยละกัน ฮา
หลังจากร่วมงานบุญเสร็จ เราก็ไปเที่ยวต่อ ขับรถเดินทางต่อไปที่เชียงคาน ที่เที่ยวชื่อดังของจังหวัดเลย ขับถึงก็ไปที่หน้าโรงแรม หน้าโรงแรมคือถนนคนเดินริมแม่น้ำโขง ขับยากอยู่ไปถึงก็เย็นๆแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่โรงแรมก็บอกว่าที่จอดรถอยู่ด้านหลัง เข้าซอยด้านหลังได้ ฮา ก็GPS มันพามา ที่จอดรถแคบจอดยากกว่าจะจอดได้ ที่ดินแถวนั้นน่าจะแพงเพราะอยู่ติดริมแม่น้ำโขง เอาเป็นว่าจอดรถเรียบร้อยเดินลุยฝนมาที่โรงแรม ทำการเช็คอิน ถ้าอยากได้ส่วนลดต้องรีวิวคะแนนในกูเกิลแมฟให้5 ฮา ทำให้เรารู้ที่ไหนคะแนนรีวิว 5 นี้รีวิวไม่จริงนะครับ
ที่โรงแรมมีที่นั่งชั้นสองอยู่ริมถนนคนเดินเชียงคาน นั่งหาไรทานดูวิวแบบชิวๆฝนตกพรำๆ ตามแผนมาเที่ยวทั้งทีก็ไปในที่ๆเขาไปกัน แต่เอาให้ดีต้องดูข่าวพายุก่อน รวมทั้งดูฟ้าฝนจริงๆว่าเป็นไง คืนนี้ฝนตกพรำตลอดไปเดินถนนคนเดินเชียงคานในวันที่ฝนตกแต่คนก็เยอะเหมือนกันนะ สงสัยว่าจะมาเที่ยวแล้วไม่รู้ก่อนว่าจะมีพายุเข้ามา พยากรณ์อากาศบ้านเราจะรู้ก่อนไม่กี่วัน ทำให้วางแผนไม่ถูกเหมือนกัน จะรู้ก็ก่อนวันเดินทางไม่กี่วันเนี้ยละ ตอนแรกก็กลัวอยู่เพราะบินมา เส้นทางพายุกำลังเข้ามาพอดีเลยเชียวละครับ
เอาเป็นว่าวันที่สองก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงเชียงคานโดยสวัสดิภาพ พรุ่งนี้เราคงต้องหาที่ซักผ้าสักหน่อยเพราะเสื้อผ้าเปียกชื้นเลอะโคลนและฝน เดี๋ยวจะไม่พอใส่จนถึงวันกลับ วันรุ่งขึ้นเราเริ่มต้นวันใหม่ที่เชียงคานด้วยการใส่บาตรข้าวเหนียว ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ก็จะมีเสื่อและชุดสำหรับสำหรับใส่บาตรข้าวเหนียว มีถุงมือหยิบข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนแล้วใส่บาทแปลกดี แล้วก็ใส่ขนม กับข้าวต่างๆ จากนั้นเราก็เดินไปทานอาหารเช้าเป็นร้านอยู่ริมแม่น้ำโขง เดินเข้าไปมีสามโต๊ะติดแม่น้ำโขงดูวิวสวยๆและหมอกตอนเช้า เราทานอะไรกัน ชุดอาหารเช้า ข้าวเปียกและโอวันติน จากนั้นเราก็เดินไปหาที่ซักผ้าดูไกลเหมือนกันนะ เลยกะวันนี้ออกไปค่อยเอาไปซักแล้วไปเที่ยวขากลับค่อยแวะรับน่าจะโอเค เพราะมีป้ายบอกว่ามีเจ้าหน้าที่บริการแต่สายๆหน่อย เอาละเราก็กลับโรงแรมก่อนพักผ่อนอีกสักหน่อย
วันนี้ตามโปรแกรมจะไปภูทอล์ก แก่งคุดคู้ วัดท่าแขก ทานข้าวร้านดังริมแม่น้ำโขงแล้วไป Skywalk จังหวัดเลย
ภูทอล์กก็ขับไปตาม GPS ไปถึงจอดรถมีคนเดินมาเก็บค่าจอดรถ แต่สงสัยว่ามาเก็บมั่วๆเราก็ไม่รู้เพิ่งไปถึงก็จ่ายไป จากนั้นก็ซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นรถกระบะพาไปชมภูทอล์ก เป็นจุดชมวิวเป็นภูเขาก็สวยดีเห็นวิวได้ไกล เดินถ่ายรูปอยู่สักพักจากนั้นก็นั่งรถกระบะกลับลงไป แล้วขับรถต่อไปแก่งคุดคู้ เป็นแก่งตรงส่วนมุมของแม่น้ำโขง ทิศที่น้ำไหลเข้ามาแผ่นดินก็จะค่อยๆหายไป มีรูปปั้นนายพรานจมูกแดงยิงธนูซึ่งก็มีเรื่องเล่า… ตรงนั้นมีคนเปิดเพลงใส่ชุดผีตาโขนเต้นให้ดู เราฟังก็รู้สึกสนุกเพลงอีสาน มาเป็นภรรยาของพี่ได้ไหม พี่จะพาไปขึ้นรถไฟ โจ๊ะ… ประมาณนี้ดูแล้วฮามากๆ คนเต้นๆได้อารมณ์เพลงจังหวะก็สนุกดี ต่อจากแก่งคุดคู้เราก็ไปกันต่อที่วัดท่าแขก วัดริมน้ำโขงมีรูปปั้นพญานาคและตำนานอีก เล่าว่า…
หลังจากไหว้พระเสร็จก็คุยเลยไปทานข้าวร้านสมายริมแม่น้ำโขง ทานกันให้อิ่มให้อร่อยก่อนออกเดินทางต่อไป Skywalk ที่นี้ถือว่าสุดยอดนะ สุดยอดยังไง เราขับรถไปถึงก็จอดรถจากนั้นเดินไปซื้อตั๋ว ขึ้นรถกระบะพาไปบนภูเขา แล้วเดินไปที่ skywalk โครตเสียว เดินไปบนสะพานกระจกยื่นออกไปนอกหน้าผา ให้ใส่ถุงผ้าคลุมรองเท้าแล้วเดินไปบนสะพานกระจก มองลงไปไม่กล้าเดินต่อเลย จะไปเดินตามแนวเหล็กโครงสร้าง ไม่กล้าเหยียบกลางๆ ฮา แต่วิวสวยลมเย็นโชคดีที่ฝนหยุดตกแล้ว วิวสวยมาก เสียวมาก เดินแรกๆจะกลัวๆ เราก็ต้องคิดว่าเราเดินบนสะพานธรรมดา ความกลัวก็จะลดลง ถ้ามองผ่านกระจกลงไป โอ้วววววววววววววววววววสูงมาก ที่นี้ถือเป็นไฮไลท์ของทริปจังหวัดเลย เพราะไม่เคยเดินบนสะพานกระจกแบบนี้ มันทั้งสูง ทั้งเสียว แล้ววิวสวยอีกต่างหากไม่ไปไม่ได้แล้วนะครับ เมื่อเดินถ่ายภาพเสร็จก็เดินทางกลับโรงแรมที่เชียงคาน กลับมาถึงก็เดินหาซื้ออะไรทานใกล้ๆโรงแรมแล้วก็ขึ้นไปชั้นสองนั่งทานชมวิวถนนคนเดินเชียงคานก่อนเข้าห้อง
วันต่อมา ตื่นมาทานอาหารเช้าร้านเดิมใกล้โรงแรม ไข่กระทะ โอวัลติน ดูวิวแม่น้ำโขงแบบชิวๆ จากนั้นก็มาใส่บาตรแต่วันนี้เราซื้อข้าวจี่มาใส่บาตรแล้วลองทานดู รสชาติ เค็มๆมันๆ ก็อร่อยดีนะ พระสวดให้พรทุกรูปเลยดีจัง วันนี้ฝนไม่ตกแบบนี้เราก็ไปตามแผนเดิมได้ไปภูเรือ แต่ภูเรือใกล้อยู่ต้องขับข้ามภูเขาหลายลูกอีก ต้องไปผ่านเส้นทางอันตราย ท่าหลี่ เห็นมีคนแชร์ในเน็ตแบบว่า เข้าไปถนนเส้นนี้จะมีป้ายใหญ่ๆติดซ้ายและขวาของถนน เตือนว่าใครตาม GPS มาให้ไปทางอื่นทางอันตราย เอาจริงไม่ไปตาม GPS จะไปทางไหนละ ก็ต้องไปตามนั้น ด้วยความดู youtube มาและมีป้ายเตือนก็ขับรถด้วยโหมด ขับขี่เน้นความปลอดภัยมากขึ้น เส้นทางก็ขึ้นลงเขาคดเขี้ยว ถนนไม่ดีบางจุด ไม่ค่อยมีรถผ่านเงียบมากๆ บางจุดไม่มีสัญญาณมือถือ ขนาดใช้ AIS แล้ว ก็น่ากลัวนิดหน่อยแต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์ขับรถ ที่ผ่านมา
- ภูทับเบิก ลงหน้าทิ้มขึ้นหลังติดเบาะ ฮาา แถมมีเสียงล้อยาง เอี๊ยดๆๆๆๆๆๆ ตลอดทางเปิดหน้าต่างดูรถแต่ละคัน เสียงยางดังเอี๊ยดๆ ทางมันชันมากพร้อมกับลาดเอียงและคดเขี้ยวมาก ทริปนี้ขับไปภูหินร่องกล้า ภูทับเบิก แวะเข้าไปโรงเรียนอนุบาลกลับรถ(หลงทาง) ได้ทักทายคุณครู ฮาา
- เขาใหญ่ ทางขึ้นเขาชมวิว ผาเดี่ยวดาย บริเวณปากนก ทั้งชันมากและทั้งตีโค้งแบบแคบ ๆ ก่อนจะขึ้นถึงมีรถจอดเสียจอดรอหลายคัน ไปถึงก็มีรถเปิดกระโปรง สงสัยจะร้อนจัด ได้ไปชมวิว กินข้าวไข่เจียวห้อยขาดูวิวกัน
- เกาะช้าง ทางขึ้นเกาะเลี้ยวขวาข้ามเขา เส้นทางจะเป็นเหมือน twist หมุนวนพร้อมกับชันไปพร้อมกัน รู้สึกตื่นเต้นตอนไปครั้งแรก เพราะขับรถข้ามน้ำขึ้นเขาเกาะช้าง แล้วเดินทางไปทั้งทางซ้ายของเกาะและขวาของเกาะเลยทีเดียวเชียว
ยังถือว่าไม่เท่าไหร่ ฮา แต่เน้นปลอดภัยไว้เป็นดี ในที่สุดเราก็มาถึง ภูเรือโภชนา ลองทานต้มยำปลาคัง น้ำซุปอร่อยแต่รสสัมผัสของปลาไม่ค่อยคุ้นเคย เป็นลักษณะปลาเนื้ออ่อน แต่ก็อร่อยพอรับประทานได้ครับ จากนั้นดูเวลาเรากะเข้าไปอุทยานแห่งชาติภูเรือ ไปถึงก็แวะถ่ายป้ายทางเข้าก่อน แล้วก็เข้าไป เส้นทางถนนไม่ค่อยดีเทาไหร่ ถ้าเทียบกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เราก็ไปตามทางขึ้นไปจนสุด จนไม่สามารถขึ้นได้ทางขรุขระไม่ราบเรียบ แล้วก็ไปดูจุดกลางเต้นท์แต่ดูแล้วน่ากลัวเพราะไม่มีคน เงียบมาก คนน่าจะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นกันมากกว่า แต่เราถึงก็ไม่สามารถขึ้นต่อไป เพราะ ถ้าจะขึ้นไปจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ต้องจอดรถแล้วนั่งรถกระบะขึ้น เราไปถึงมันก็บ่ายแล้ว จากนั้นก็ชมวิวเสร็จก็ลงมาที่จุดบริการนักท่องเที่ยว ซื้อสมุดสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติพร้อมกับประทับตราอุทยานแห่งชาติภูเรือ จริงๆไปมาหลายที่แล้ว แต่เพิ่งจะมาเริ่มสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติ เปิดดู โฮโห้จะไปครบไหมนิ มันมีแบบทั้งไปง่ายกับยาก แต่เราก็ไปมาไม่น้อยแล้วเหมือนกัน อย่างน้อยก็ได้เริ่มประทับตราแรก จริงๆเคยมีเล่มเก่าแต่นานมากแล้วมีตราประทับ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตอนนั้นไปกลับเพื่อนๆมอธรรมศาสตร์
เมื่อเวลายังเหลือเราก็ไปกันต่อ ขับไปไกลถึงอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อไปไหว้พระธาตุศรีสองรัก วัดนี้เงียบสงบดีเป็นวัดที่มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว มีเรื่องเล่าอีกตามเคย เล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับพระธาตุศรีสองรักว่า… จากนั้นตามแผนกะว่าจะพักที่ ภูเรือ แต่เปลี่ยนแผนไปพักที่อำเภอเมืองเลยแล้วกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องขับรถระยะทางไกลยิงยาว ข้ามภูเขาหลายลูก กว่าจะถึง ฟ้าฝนเริ่มไม่เป็นใจฝนตกหนัก เราก็ขับเรื่อยๆจนมาถึงอำเภอเมืองก็เป็นช่วงเย็นๆก่อนค่ำ ถือว่ารอดวันนี้ เข้าโรงแรมที่พักก่อน จากนั้นก็ออกไปรับประทานบุฟเฟต์ MK อีกแล้วต่อด้วยไอศรีม Swensen อิ่มมากกกกก แล้วก็หลับที่พักนอน ฝนคืนนี้ตกแรงมาก เหมือนพายุเข้าแต่ดีที่เราไปพักที่อำเภอเมืองแล้ว เพราะพรุ่งนี้เราต้องไปสนามบินเลย ขึ้นเครื่องกลับ
วันรุ่งขึ้นเราก็พักผ่อนแบบสบายๆ ออกสายๆไปทานอาหารร้านข้าวเปียกปากหมา ร้านเป็นตึกแถวสองห้องคนเยอะอยู่ ไปถึงเส้นเปียกหมด มีแต่วุ่นเส้นก็ลองดู อร่อยดีนะ มาจังหวัดต้องมาลองทานข้าวเปียกกันดูครับ จากนั้นวันนี้เราจะไปไหว้ทำบุญสักหน่อย เพราะในเมืองไม่รู้จะไปเที่ยวไหนไปไกลๆเดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง ก็เลยไปที่วัดแห่งนึง ชื่อว่าวัด…เป็นวัดที่ขึ้นเขาไปเล็กน้อย ไปถึงก็มีสุนัขเยอะ มีรถกระบะจอดอยู่เห็นคนเราก็เดินไปทักทายเซย์ฮัลโหล ถามว่าหมากัดไหมครับ ต้องไปที่ไหน มาครั้งแรก พี่คนนี้นำอาหารมาเลี้ยงสัตว์ในวัดเราก็ไม่รู้หรอก เขาบอกว่าตรงนู้นมี ค่าง อยู่ ค่างคืออะไร คือลิงมีหาง เคยเจอตอนไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เห็นว่าได้พบได้เห็นยากเป็นสัตว์ป่าสงวน พี่ส่งถุงใส่กล้วยมาให้เราถุงนึง ในนั้นมีทั้งกล้วยสุกๆและกล้วยดิบ นู้นๆไปให้อาหารค่างกัน เราก็เดินตามพี่ไป ไปถึงน้ำอะไรไม่รู้ไหลลงมาสรุปค่างมันฉี่ครับ แต่ไม่โดนนะ ฮาาา แล้วก็ให้อาหารค่างกัน มีอยู่ 1 ฝูงสวยงามดีแท้ ตัวเหมือนลิงมีหางยาวๆ มีตัวนึงมีลูกน้อยสีทองอยู่ที่อกแม่ เราก็ให้อาหารมันมีเลือกด้วยนะส่งกล้วยสุกไม่เอาจะเอากล้วยดิบ แต่พี่เขาพาเราไปด้วย สนุกดีได้ให้อาหารกับค่าง ประสบการณ์ใหม่ ฮาา… จากนั้นเราก็ลองสำรวจวัด เฮ้ยมีป้าย บอกว่าอันตรายระวังวิญญาณ เจ้ยมีแบบนี้ด้วยเพิ่งเคยเจอ พี่เขาบอกไปนู้นถ้ำมีน้ำมนต์ เราก็ลองเดินเข้าไป มันชื้นแล้วค่อนข้างมืด เดินเข้าไปที่บ่อน้ำที่เป็นน้ำหยดลงมาเป็นรูปบ่อ หินปูนมันลงเกาะกันรูปบ่อ น่ากลัวนะในถ้ำทั้งมืดและชื้นและมีเสียงค้างคาวคิดว่า หลังจากเราออกมาจากถ้ำ เราก็ไปกันต่อ มีทางขึ้นเขา ปีนขึ้นภูเขา ก็เลยลองปีนขึ้นไปดู ตื่นเต้นอีกแล้ว ก็ค่อยๆปีนขึ้น ช่วงแรกเป็นบันได แล้วปีนขึ้นเขาเป็นบันไดลิงแนวๆนี้จนไปถึงด้านบน มีศาลาของพระอยู่ พระรูปนี้น่าจะมรณภาพแล้ว แต่ก่อนมาฝึกสมาธิบนเขา วัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องการฝึกสมาธิ หลังจากเดินลงไปก็ไปเจอพี่คนเดิม พี่เขาก็ให้รูปพระ น่าจะเป็นเจ้าอาวาส เราก็ว่าจะเดินไปชมวิหาร ไปเจอป้าคนนึงกวาดพื้นอยู่ ก็เลยคุยว่าเข้าไปดูได้ไหม เห็นประตูมันปิดอยู่ ป้าก็บอกว่าเข้าไปได้ เราก็เข้าไหว้แล้วก็เดินชม อุปกรณ์เครื่องใช้ของเจ้าอาวาสองค์ก่อน เมื่อมองออกไป เจอเหมือนห้องน้ำ เป็นห้องๆ ไม่มีหน้าต่างมีบล๊อกแสงไม่กี่อัน สงสัยว่าเป็นห้องฝึกสมาธิ ที่นี้น่าจะมาเพื่อเน้นฝึกจิตเป็นหลัก มีอยู่เรียงกันน่าจะสัก 6-7 ห้อง เอาเป็นว่ามาเที่ยววัดนี้สนุกมากๆ ให้อาหารค่าง เข้าถ้ำ ปีนเขา ไหว้พระสุดยอดเลยครับ ไม่ไกลจากเมืองเท่าไหร่ สนุกมากรู้สึกประทับใจเลย สำหรับวัดนี้ จริงยังมีเวลาเหลือก็ลองขับรถวนรอบเมืองดู แล้วมีอีกหลายวัดที่กะไปไหว้พระแต่ขับรถเข้าไปแล้วไม่มีคน เลยไม่ได้ลงไปแค่ขับรถวนๆดูไหว้พระจากในรถครับ จากนั้นเราก็ไปที่ศาลเจ้าที่เราทำบุญหล่อพระ สร้างโรงพยาบาล ไหว้ลาก่อนกลับ จากนั้นก็เข้าที่พักโรงแรม โรงแรมนี้ดีเซ็ตเอ้าท์เลทได้ ก็พักก่อนแล้วก็ขับไปเติมน้ำมันให้เต็มถังแล้วขับรถไปคืนที่สนามบิน บินกลับกรุงเทพมหานครโดยปลอดภัย สุดยอดกับทริปไปอีสานไปทำบุญหล่อพระ ณ จังหวัดเลยนั้นเองคร๊าบบบ
![]()
