เที่ยวดูดาวโคราชเขายายเที่ยงปากช่อง
ช่วงก่อนปีใหม่ 2569 รอบนี้เราไปเที่ยวกันที่โคราช ชื่อเต็ม นครราชสีมา ด้วยเส้นทางใหม่แกะกล่อง เส้นทางมอเตอร์เวย์เอ็มหก M6 ไหนๆเปิดให้ทำลองใช้แล้ว ก็ต้องลองสักหน่อย จากไม่มีมีโปรแกรมท่องเที่ยวก็ต้องมีสักหน่อย ไปก่อนเที่ยวก่อนกินก่อนกลับก่อน ก่อนถึงช่วงปีใหม่ เรียกว่ารีบไปก่อนรถจะได้ไม่ติด ไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ แต่รอบนี้เราไปช้าสักหน่อย กว่าจะออกก็เป็นวันที่คนเริ่มออกมาเที่ยวกันแล้ว… แต่ว่ารอบนี้เราจะไปโคราช ด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์สายใหม่แกะกล่อง แถมฟรีอีกต่างหากจะรวดเร็วเหมือนมอเตอร์เวย์ไปบางแสนพัทยาไหม ป่ะไปกัน…

เนื่องด้วยไม่มีแผนการเหมือนแต่ก่อน ดูคร่าวๆแล้วก็ไป เลยขนอุปกรณ์กางเต๊นท์มาเก็บไว้ด้วย อุปกรณ์เต๊นท์เยอะนะเพราะแค่เอามาใส่พื้นที่รถก็เต็มแล้ว หนักอีกต่างหาก ฮา… แต่เตรียมไปไว้ก่อนก็ดี วันแรกเราก็เริ่มออกเดินทาง ถ้าแต่ก่อนก็ออกแต่เช้าตรู่ แต่รอบนี้เหมือนเรื่อยๆ แผนไรก็ไม่ได้เตรียมไว้เท่าไหร่ แต่ก่อนนี้แผนการท่องเที่ยวจะแน่นมากแบบไม่มีเวลาหายใจเหมือนไปกับทัวร์อะไรประมาณนั้น แต่รอบนี้เรื่อยๆกว่าจะออกก็สัก 10 โมงเห็นจะได้ เส้นทางที่เราเดินทางวันนี้จะไปขึ้นมอเตอร์เวย์เอ็มหกที่ บางปะอิน คือ วิ่งขึ้นจากเส้นพหลโยธินไปเรื่อยเลี้ยวขวาไปทางวังน้อย ชิดซ้ายไว้มีปั๊มน้ำมันเรียงกัน 4 ปั๊มก็แวะหาอะไรทานกันก่อน เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนยิงยาวถึงโคราช สองร้อยกว่ากิโลเลยเชียว หลังจากเราทานข้าวที่ปั๊ม ดื่มน้ำดื่มท่าเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็เดินทางต่อ คนมาแวะปั๊มนี้เยอะเลยทีเดียวเพราะเป็นปั๊มใหญ่สุดอยู่ก่อนขึ้นพอดี สงสัยรอบนี้จะออกช้าไปหน่อย คนเริ่มเดินทางกันแล้ว ไปกัน เส้นทางเอ็มหก เปิดแผนที่ยังไม่มีเส้นทางใน google map เลย เหมือนเราขับรถลุยทุ่งไม่รู้ด้วยว่ารถติดไหม มีเหตุการณ์อะไรบ้าง เพราะรถวิ่งลุยกลางทุ่งที่ไม่มีถนนไปเรื่อยๆ เส้นทางดีขับรถได้เร็วน่าจะร่นเวลาไปได้เยอะเหมือนกัน แต่ๆๆ หลังจากขับไปได้สักพักใกล้ถึงทางลงปากช่อง ช่วงองค์พระขาวที่เห็นจากภูเขา รถก็เริ่มติดแบบขยับทีละนิดๆ มันเกิดอะไรขึ้นหว่า รถก็ติดอยู่อย่างนั้นไปนานเกือบชั่วโมงค่อยๆขยับไปเรื่อยๆ ข้างทางเริ่มมีรถจอดซ้ายจอดขวา ดูแล้วไม่น่าจะรถเสียแต่น่าจะอยากเข้าห้องน้ำแต่รถมันติด ทนไม่ไหวเลยจอดข้างทาง ส่วนที่รถเสียก็มีบ้างไม่มาก แต่ส่วนมากน่าจะอยากปลดทุกข์กันมากกว่า และไม่รู้ว่าอีกนานไหมจะถึงจุดแวะพัก เราก็ขยับไปเรื่อยๆจนไปถึงจุดนึง รถเริ่มไปได้เร็วขึ้น กะว่าจุดแวะพักทางข้างหน้าจะแวะเข้าห้องน้ำมั้ง แต่เนื่องด้วยการก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เส้นทางกรุงเทพถึงปากช่อง จุดแวะพักก็มีห้องน้ำชั่วคราวไว้บริการ แต่คนก็เยอะมาก แถวยาวๆเลยเชียว เราก็ขับเข้าไปแวะแต่เห็นคนแล้วไปต่อดีกว่า อีกร้อยกว่ากิโลเมตรถึงจะถึงโคราช ไปกันต่อครับ
ราคาทางด่วน M6 รถยนต์เริ่มต้นเดินทางที่ด่านบางปะอิน
- ด่านบางปะอิน
- ลงด่านวังน้อย ราคา 25 บาท
- ลงด่านหินกอง ราคา 50 บาท
- ลงด่านสระบุรี ราคา 60 บาท
- ลงด่านแก่งคอย ราคา 80 บาท
- ลงด่านมวกเหล็ก ราคา 110 บาท
- ลงด่านปากช่อง ราคา 145 บาท (ทางลงอยู่บนถนนธนะรัตน์ ถนนเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)
- ลงด่านสีคิ้ว ราคา 200 บาท
- ลงด่านขามทะเลสอ ราคา 240 บาท (เข้าอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา)
- ทั้งนี้ สำหรับรถยนต์ค่าบริการสูงสุดจะอยู่ที่ 240 บาท
หลังจากนั้นรถก็ไม่ติดก็ขับด้วยความเร็ว ผ่านเขื่อนลำตะคอง ไปจนถึงโคราชก็แวะปั๊มตอนลงจากมอเตอร์เวย์ คนเยอะแต่ก็ยังโอเคใช้ได้อยู่ เฮ้อเหนื่อย คนเยอะ คราวนี้ถ้าเข้าเมืองโคราชเราต้องกลับรถ แต่เขาปิดทางกลับรถเข้าเมือง เราก็ต้องไปอ้อมไกลเลยครับ อ้อมเสร็จหลงทางอีก กลับมาอ้อมใหม่ แถวนั้นรถก็ติดไม่คล่องตัว อ้อมไปอ้อมมาเพื่อกลับรถ 2 ครั้ง สัก 20 กิโล ในที่สุดก็มาถึงที่พัก พักสักพักก็ออกไปทานข้าวกัน ทานชาบูบุฟเฟต์ อิ่มมากเลยคราวนี้ จริงๆไม่ควรทานบุฟเฟต์เพราะจะทำให้อ้วน เนื่องจากทานไม่จำกัด เราก็จะทานเยอะเป็นพิเศษ
วันรุ่งขึ้นเรามีแผนไปเที่ยววัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ห่างจาก อำเภอเมืองที่เราอยู่ 60+ กิโลเมตรเห็นจะได้ เอาจริงไม่รู้จะเที่ยวอะไรที่อำเภอเมือง เลยไปวัดหลวงพ่อคูณ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังโคราช ตอนแรกหา google map จะแวะทานอาหารก่อนไปที่วัด ไปถึง10โมงเช้า แต่ร้านสเต๊กยังไม่เปิดเลยขอเข้าห้องน้ำสักหน่อย ฮา งั้นเราไปวัดเลยละกัน หาอะไรทานแถวนั้น ไปถึงก็หิวแล้ว เดินดูร้านสักพักก็เลือกทานอาหารร้านค้าในวัดนั้นเลย ทานเสร็จเราก็เดินเข้าไปในวัด มีช้าง2เชือก โยกไปโยกมาอยู่ เราก็เดินเลยเข้าไปก่อน ในวัดจะมีอาคารรูปช้างอยู่ตรงกลาง มีน้ำล้อมรอบ ทางเดินเข้ามีพญานาคสองฝั่ง เราก็เดินเข้าไปดูมีศิลปะให้ดูมากมาย ภายในอาคารนั้น น่าจะมีความหมายหลายอย่างเลยทีเดียว มีทางขั้นด้านบน และ มีชั้นใต้ดินด้านล่าง ซึ่งมีศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องราวไว้มากมาย น่าจะมีความหมายภายในศิลปะเหล่านั้นครับ ชั้นใต้ดินมีสัตว์ในนิยายหลายอย่าง เช่น มังกร เต่า พญานาค จะออกแนวปติมากรรม ถ้าขึ้นไปชั้นบน จะเป็นภาพวาด และถ้าขึ้นไปบนสุดจะเป็น รูปปั้นหลวงพ่อคูณ กับ รูปปั้นพระพุทธเจ้า อยู่บนสุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมชม

จากนั้นเราก็ออกมาจากอาคารหัวช้าง เดินออกมาทำบุญให้อาหารปลา ซึ่งปลาจะอยู่รอบๆอาคารหัวช้างนั้น เราก็เดินกันออกไปต่อ ก็แวะเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ จะเป็นเรื่องราวประวัติและเครื่องมือเครื่องใช้ของหลวงพ่อคูณสมัยยังมีชีวิตอยู่ เราก็เดินชมกันไป เป็นห้องแอร์เย็นสบาย เดินชมกันไป เมื่อเดินเสร็จ เราก็เดินทางออกไปทางออกวัด จะเจอช้าง2เชือก รอบนี้เราก็ทำบุญซื้ออาหารเลี้ยงช้าง 2 เชือก ส่งอาหารให้ถึงงวงเลยทีเดียว ถ่ายภาพถ่ายวีดีโอกันมา ช้าง 1 เชือกน่าจะเป็นแม่ช้าง ช้างอีกเชือกเป็นลูกช้าง มันโยกงวงไปโยกงวงมา ไม่กล้าเข้าใกล้มากนัก ควาญช้างบอกเข้ามาใกล้ๆถ่ายรูปใกล้ๆได้ แต่ช้างดูคึกคักดีแท้ หลังจากให้อาหารช้างเสร็จ เราก็เดินทางกลับที่พัก ที่พักเราอยู่ที่อำเภอเมือง ก็ขับกลับยาวเลย หลังจากมาถึงอำเภอเมือง โคราช ก็แวะไปไหว้พระสายสมาธิ ชื่อ หลวงพ่อพุธ ที่วัดป่าสาละวัน
แล้วก็ไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์อวกาศ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ตัวย่อเรียกว่า NARIT ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

วันนี้มีกิจกรรมดูดาวพอดี เลยได้มีโอกาสดูดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดวงจันทร์แบบเห็นพื้นผิว เนบูล่าเพราะเป็นกล้องส่องดูดาว เอาจริงเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ กับตาตัวเอง เคยเห็นแต่ในหนังสือหรือสื่ออื่นๆ น่าอัศจรรย์จริง แถมเห็นกระต่ายบนดวงจันทร์อีก โอโห้เลย กระต่ายชมจันทร์บนดวงจันทร์ สามารถเอาไว้ดูข้างขึ้นข้างแรมได้ด้วย สุดยอด

แถมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ แนวสุริยวิถี สนุกมากๆ เพราะดาราศาสตร์ กับ โหราศาสตร์ไทย มันมีความสัมพันธ์เรื่องดวงดาวกันด้วย เพราะตอนนั้น โหราศาสตร์ไทยบอกว่า ดาวพฤหัสทับราศีเมถุน เจ้าหน้าที่ก็ชี้ว่า ดาวพฤหัสอยู่ตรงตำแหน่งกลุ่มดาวเจมินาย เหมือนกันเลย โอ้น่าสนุก คือ ดาวพฤหัสอยู่ตรงตำแหน่งเอวของดาวคนคู่พอดี ถ้าทางโหราศาสตร์คือ ดาวพฤหัสทับราศีเมถุน แต่คราวนี้เราดูด้วยตา วันนั้นดาวพฤหัสสว่างชัดมาก


จริงๆเราก็มีประสบการณ์ด้านอวกาศ ตอนนั้นไปเที่ยวปักกิ่ง ไปดูงานวิวัฒนาการด้านอวกาศที่เมืองจีน ก็สนุกดีแถมได้รู้จักนักเรียนทุน GISTA ไปเรียนดาวเทียมอีก ตอนนั้นยังไม่ค่อยได้สนใจมากเท่าไหร่ เห็นยานอวกาศ วิวัฒนาการด้านอวกาศของประเทศจีน สถานีอวกาศ หุ่นยนต์สำรวจ ชุดมนุษย์อวกาศ และอื่นๆ

เกร็ดความรู้#1 เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง ดาราศาสตร์ (Astronomy) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ กับ โหราศาสตร์ (Astrology) ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการพยากรณ์และความเชื่อได้ชัดเจนที่สุด ผมสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบดังนี้ครับ
ตารางเปรียบเทียบ: ดาราศาสตร์ vs โหราศาสตร์
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ดาราศาสตร์ (Astronomy) | โหราศาสตร์ (Astrology) |
| นิยาม | การศึกษาวัตถุท้องฟ้าและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ | การศึกษาตำแหน่งดวงดาวเพื่อทำนายเหตุการณ์บนโลกและลักษณะนิสัยของมนุษย์ |
| สถานะทางวิชาการ | วิทยาศาสตร์ (Science) มีการทดลองและพิสูจน์ได้ | ศาสตร์พยากรณ์ / ความเชื่อ (Pseudoscience) เน้นการตีความ |
| วิธีการศึกษา | ใช้คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์/ยานอวกาศ | ใช้แผนภูมิสถิติโบราณ การคำนวณตำแหน่งดาว และการตีความเชิงสัญลักษณ์ |
| วัตถุประสงค์ | เพื่อทำความเข้าใจ “ความจริง” ของเอกภพ (ดาวเกิดอย่างไร, ดำเนินไปอย่างไร) | เพื่อทำความเข้าใจ “ความสัมพันธ์” ระหว่างดาวกับชีวิตมนุษย์ (ดวงชะตา, โชคลาภ) |
| การเปลี่ยนแปลง | พัฒนาตลอดเวลาตามหลักฐานใหม่ๆ (เช่น การพบดาวเคราะห์ดวงใหม่) | มักยึดตามหลักการและคัมภีร์ดั้งเดิมที่มีมานานนับพันปี |
| ความแม่นยำ | แม่นยำในเชิงพยากรณ์ล่วงหน้า (เช่น สุริยุปราคาจะเกิดกี่โมง วินาทีไหน) | แม่นยำในเชิงแนะแนวทาง (ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้ทำนายและสถิติ |
ในอดีตประมาณ 2,000-3,000 ปีก่อน ทั้งสองศาสตร์นี้เคยเป็น “วิชาเดียวกัน” ครับ นักปราชญ์สมัยก่อนต้องคำนวณตำแหน่งดาวให้แม่นยำ (ดาราศาสตร์) เพื่อเอามาใช้ทำนายดวงชะตาหรือฤดูกาล (โหราศาสตร์) แต่เมื่อเข้าสู่ยุคปฎิวัติวิทยาศาสตร์ ทั้งสองก็แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง
ตัวอย่างความแตกต่างในการมอง “ดาวอังคาร” (Mars)
- ทางดาราศาสตร์: เป็นดาวเคราะห์หิน มีออกไซด์ของเหล็กมากจนเป็นสีแดง มีชั้นบรรยากาศเบาบาง และกำลังมีการส่งหุ่นยนต์ไปสำรวจร่องรอยของสิ่งมีชีวิต
- ทางโหราศาสตร์: เป็นตัวแทนของพลังงาน ความกล้าหาญ การต่อสู้ และความขยัน หากดาวอังคารทำมุมเสียอาจหมายถึงความขัดแย้งหรืออุบัติเหตุ
ดูดาวพฤหัสด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นจุดแสงสว่าง เหมือนเห็นดาวบนท้องฟ้า ถ้าดูผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็น ดาวพฤหัสบดีเป็นสีน้ำตาลเห็นเข็มขัดสองเส้น แต่ไม่เห็นจุดดำใหญ่ น่าจะอยู่คนละด้านกับที่เราดูพอดี ส่วนดาวเสาร์เห็นเป็นแนวตั้ง มีวงแหวนใหญ่ๆเหมือนเห็นจากหนังสือเลย สวยงามดีแท้ รวมทั้งพระจันทร์แบบเห็นพื้นผิว เห็นภาพหลุมดำเป็นรูปกระต่ายชมจันทร์จริงๆ คนสมัยโบราณช่างสังเกตจริงๆ แล้วมันก็มีจริงๆด้วยละ แถมการเห็นกระถ่ายในแต่ละมุมมันสามารถบอกข้างขึ้นข้างแรมได้อีก โอ้วสนุกดีแท้ครับ และที่เห็นอีกอย่างคือ เนบูล่า คือ กลุ่มของฝุ่น แก๊สไฮโดรเจน แก๊สฮีเลียม และพลาสมาในอวกาศที่อยู่ระหว่างดวงดาว ซึ่งมีลักษณะเป็นแสงสว่างเรืองๆ
เกร็ดความรู้#2 เนบูล่า (Nebula) คือ กลุ่มเมฆหมอกของฝุ่น แก๊สไฮโดรเจน แก๊สฮีเลียม และพลาสมาในอวกาศที่อยู่ระหว่างดวงดาว (Interstellar medium) ซึ่งมีลักษณะเป็นแสงสว่างเรืองๆ หรือเป็นเงามืดในท้องฟ้าครับ

ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ เนบูล่าเปรียบเสมือน “ห้องคลอด” และ “สุสาน” ของดวงดาว โดยแบ่งประเภทหลักๆ ได้ดังนี้ครับ:
- เนบูล่ากำเนิดดาว (Stellar Nurseries)
เป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของแก๊สและฝุ่นสูงมาก จนแรงโน้มถ่วงดึงดูดพวกมันเข้าหากันและยุบตัวลงจนกลายเป็น “ดาวฤกษ์ดวงใหม่”
- ตัวอย่าง: เนบูล่านายพราน (Orion Nebula) ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในคืนที่ฟ้ามืดสนิท
- เนบูล่าสว่าง (Bright Nebulae)
เนบูล่าสะท้อนแสง (Reflection Nebula): ไม่สว่างด้วยตัวเอง แต่สะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ข้างๆ มักเห็นเป็นสีฟ้า
- เนบูล่าเปล่งแสง (Emission Nebula): แก๊สในเนบูล่าได้รับพลังงานจากดาวข้างเคียงจนร้อนและส่องสว่างออกมาเอง มักเห็นเป็นสีแดงจากก๊าซไฮโดรเจน
- เนบูล่ามืด (Dark Nebulae)
เป็นกลุ่มฝุ่นที่หนาทึบมากจนบังแสงสว่างจากดาวฤกษ์หรือเนบูล่าที่อยู่ด้านหลัง ทำให้เราเห็นเป็นรูปร่างมืดๆ ตัดกับพื้นหลัง
- ตัวอย่าง: เนบูล่าหัวม้า (Horsehead Nebula)
- สุสานดาว (The End of Stars)
เนบูล่าดาวเคราะห์ (Planetary Nebula): เกิดจากดาวฤกษ์ขนาดเล็ก (คล้ายดวงอาทิตย์) ที่สิ้นอายุขัยแล้วพ่นเปลือกนอกของมันออกสู่เทวกาศ
- ซากซูเปอร์โนวา (Supernova Remnant): เกิดจากการระเบิดอย่างรุนแรงของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ กระจายสสารออกไปเป็นวงกว้าง
นานๆทีจะได้มีโอกาสพูดคุยซักถามกับนักดาราศาสตร์ และนักนิเทศศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ ได้ความรู้มุมมองใหม่ๆจากการดูดาว สนุกแถมเปิดประสบการณ์ใหม่ๆอีก สุดยอดครับ เจ้าหน้าที่แนะนำ กลุ่มดูดาวที่ปากช่องให้อีกว่า ถ้าสนใจก็ไปตามกลุ่มดูดาวที่ปากช่อง pailin astro park ปากช่อง เขามีอาคารดูดาวแยกเป็นหลังๆแบบเปิดหลังคาดูได้ในตอนดึกอีกด้วย น่าสนุกครับ
อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ เส้นสุริยวิถี มุมมองที่มองจากโลกออกไป ถ้าดวงอาทิตย์อยู่ที่ตำแหน่งราศีอะไร ถือว่าเป็นช่วงของราศีนั้น เช่น ดวงอาทิตย์อยู่ราศีเมษ ทำให้มองไม่เห็น กลุ่มดาวราศีเมษ แสดงว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเดือนเมษายน แล้วมันจะขยับแบบนี้ไปเรื่อยๆ เนื่องจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่ถ้าเรามองจากโลกออกไป ก็ดูว่า ดวงอาทิตย์อยู่ในราศีอะไร บังหรือทับราศีอะไร ทำให้มองไม่เห็นกลุ่มราศีนั้น ก็จะเป็นช่วงเวลาของราศีนั้นนั่นเอง
เกร็ดความรู้#3 เส้นสุริยวิถี (Ecliptic) คือ เส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์บนทรงกลมฟ้าเมื่อมองจากโลกในรอบ 1 ปี ซึ่งเกิดจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์นั่นเองครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมสรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับเส้นสุริยวิถีไว้ดังนี้ครับ:
- ระนาบวงโคจร (The Ecliptic Plane)
โลกไม่ได้โคจรในแนวตั้งตรง แต่แกนของโลกเอียงทำมุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบวงโคจร ผลที่ตามมาคือ:
- เส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial Equator) กับเส้นสุริยวิถีจะ ไม่ทับกัน แต่จะตัดกัน 2 จุด
- จุดตัดนี้เองที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ วิษุวัต (Equinox) หรือวันที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน
- ทางเดินของจักรราศี (Zodiac)
กลุ่มดาวที่เรียงรายอยู่ตามแนวเส้นสุริยวิถีก็คือ กลุ่มดาวจักราศี (Zodiac) ทั้ง 12 กลุ่มที่เราคุ้นเคยกันดีครับ
- 2.1 มุมมองจากโลก (Geocentric View)
เมื่อเรายืนอยู่บนโลกและมองออกไปในอวกาศ (ผ่านระนาบเส้นสุริยวิถี) เราจะเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏ “ทับ” หรือ “บัง” กลุ่มดาวจักราศีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยู่เสมอ
ตัวอย่าง: ในช่วงวันที่ 13 เมษายน – 14 พฤษภาคม (ตามปฏิทินไทย) ดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ในแนวเดียวกับ กลุ่มดาวแกะ (Aries) เราจึงเรียกช่วงนี้ว่าเป็น “ราศีเมษ” ครับ
- 2.2 ความเป็นจริงในอวกาศ (Heliocentric View)
ในความเป็นจริง ดวงอาทิตย์ไม่ได้เคลื่อนที่ไปหากลุ่มดาวเหล่านั้น แต่เป็น โลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ครับ
- เมื่อโลกเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ตามวงโคจร มุมมองที่เรามองผ่านดวงอาทิตย์ออกไปยังฉากหลัง (ซึ่งก็คือกลุ่มดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไปมาก) ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย
- กลุ่มดาวจักราศีจึงทำหน้าที่เหมือน “ฉากหลัง” หรือหลักกิโลเมตรบนท้องฟ้าที่บอกว่าโลกเราโคจรไปถึงจุดไหนของปีแล้ว
เกร็ดเพิ่มเติม: จริงๆ แล้วมีกลุ่มดาว “คนแบกงู” (Ophiuchus) ที่อยู่บนเส้นสุริยวิถีด้วย แต่ไม่ได้ถูกนับรวมใน 12 จักรราศีหลักทางโหราศาสตร์
- การเกิดอุปราคา (Eclipses)
คำว่า “Ecliptic” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “Eclipse” (อุปราคา) เพราะปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ดวงจันทร์เคลื่อนที่มาตัดหรืออยู่ใกล้กับระนาบเส้นสุริยวิถี นี้พอดีครับ
ความสำคัญในทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์
- ดาราศาสตร์: ใช้เป็นเส้นอ้างอิงหลักในการหาตำแหน่งของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ เพราะดาวเคราะห์ส่วนใหญ่โคจรอยู่ในระนาบที่ใกล้เคียงกับเส้นสุริยวิถี
- โหราศาสตร์: เป็นพื้นฐานในการแบ่งเรือนชะตาและคำนวณตำแหน่งดาวเคราะห์ที่ส่งผลต่อดวงชะตาตามความเชื่อ มักจะแบ่งเส้นสุริยวิถีออกเป็น 12 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนละ 30 องศา (เรียกว่า ราศี) โดยเริ่มนับ 0 องศาที่จุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox)
วันนั้นเราดูดาวกันจนดึก ที่พักเราอยู่ในเมืองเลย แต่เราเดินทางไปมหาวิยาลัยสุรนารี หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ NARIT วันนั้นอยู่ถึงสามทุ่มเห็นจะได้แล้วก็เดินทางกลับ วันนั้นเป็นช่วงใกล้ปีใหม่แถวนั้นมืดมากทีเดียว แต่เราก็เดินทางกลับโรงแรมอย่างปลอดภัย
วันรุ่งขึ้น มาเที่ยวจังหวัดนครราชสีมาก็หลายวันแล้ว แต่ยังไม่ได้ลองชิม หมี่โคราช รสชาติมันจะเป็นอย่างไรก็ต้องลองชิมดูสักหน่อย ว่าอร่อยไหม หน้าตาคล้ายเส้นผัดไท แต่ความต่างคือ รู้สึกรสสัมผัสเหมือนเส้นเล็กแบบหนึบๆมีความเผ็ดแบบแสบๆก็อร่อยดีไปอีกแบบครับ วันนี้ตามแผนเราจะเดินทางไปไหว้ อนุเสารีย์ท้าวสุรนารี ที่เคารพสักการะของชาวโคราชกัน อยู่กลางเมืองเลยทีเดียว จากนั้นก็ไปทำบุญ ศาลหลักเมือง เพราะมีแผนการในอนาคตว่าจะซื้อที่ดินทำ บ้านสวน ที่ปากช่อง มาเที่ยวทั้งทีก็ถือโออกาสไหว้เคารพสิ่งศักสิทธิ์ขอพรให้เรามีโอกาสซื้อที่ดินได้สำเร็จด้วยครับ
วันนี้เราจะเดินทางจาก อำเภอเมือง นครราชสีมา ไปที่อำเภอปากช่อง เราจะไปเที่ยวเขายายเที่ยงกันครับ ไปถึงก็ช่วงเที่ยงๆพอดีแวะทานอาหารที่เขายายเที่ยงกันก่อน อาหารอร่อย เที่ยวสนุก นอนหลับสนิท ไปกับทัวร์วีโค ฮา ทานข้าวกลางวันที่ร้านบ้านไร่ปลายเนิน ร้านอยู่บนเนินพอดี วิวเห็นกังหันลม บรรยากาศน่าจะดีช่วงน่าหนาว เห็นมีขายเบียร์ อาหารโดยรวมก็โอเคอยู่นะครับ หลังทานเสร็จก็ขึ้นไปดูเขายายเที่ยงสักหน่อย เป็นอ่างเก็บน้ำแล้วก็กังหันขนาดใหญ่ปั่นสร้างพลังงานไฟฟ้า สวยงามดี เพิ่งจะรู้ว่าถ้าเราอยู่ใกล้อ่างเก็บอากาศมันจะเย็น น่าจะมาจากน้ำที่ระเหยขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำด้วย ก็นั่งเล่นกันสักพักหน่อย เดินเที่ยวเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปั่นจักรยานเพราะแดดร้อนแรงมาก ฮาา ก็ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งนึงครับ เขายายเที่ยง
จากนั้นเราก็ไปกันต่อไปที่อำเภอปากช่อง แถวปากช่องพอจะรู้จักบ้างมาหลายทีอยู่เหมือนกันครับ เราก็เลือกที่พักที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ครั้งที่แล้วที่มาเหมือนจะเห็นโฆษณาวันนี้มาลองที่พักสร้างเสร็จใหม่ไม่นาน คะแนนรีวิวสูงราคาไม่สูงตาม ห้องใหญ่สะอาดใหม่มากๆ ตอนจองก็โอนเงินค่าจองครึ่งนึงมาก่อน มาถึงก็จ่ายส่วนที่เหลือเลย วันนี้เราพักกันที่นี่ละครับ ใกล้เซเว่นแต่มีหมาเยอะอยู่ เดินออกไปต้องระวัง แต่เหมือนจะเป็นหมามีเจ้าของนะ หลังจากเข้าห้องพักได้สักพักก็เดินทางซื้อหาของกินรับประทานกัน วันนี้ไม่ไปไหนต่อละ พักเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยกลับกรุงเทพมหานครกัน
วันรุ่งขึ้น ที่พักมีขนม นม ไว้ทานเป็นอาหารเช้าด้วย ก็กินซาลาเปา ขนมปัง โอวัลติน กันก่อน จากนั้นวันนี้เราจะไปอารามจีนปากช่องเขาใหญ่เป่าซานซื่อกัน ซึงไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ไปถึงอารามจีนก็เงียบสงบเหมือนเคย เพราะอยู่ตีนเขาด้านหลังเป็นภูเขา ด้านหน้าเห็นวิว ฮวงจุ้ยดีอีก คราวที่แล้วมา อารามจีนยังไม่ได้ขึ้นโครงเสาเลย มารอบนี้อารามจีนขึ้นโครงเสาไปบางส่วนแล้ว เราก็เลยได้มีโอกาสทำบุญร่วมสร้างเสา ให้เขียนชื่อที่เสาโครงก่อนนำเอาไปประกอบเป็นโครงวัด แล้วก็หลังคาต่อไป ได้มาทำบุญร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้สืบต่อไปแต่เป็น พุทธนิกายมหายาน นะครับ ถ้านึกภาพก็คล้ายๆกับวัดมังกรกมาลาวาศ แบบเยาวราช

เมื่อทำบุญถ่ายภาพเสร็จเราก็กลับที่พัก อาบน้ำ พักผ่อนอีกสักพักก่อนเดินทางกลับ ก่อนกลับแวะร้านอร่อย ราคาไม่แพง ข้าวหมูแดงสุพรรณ ร้านขึ้นชื่อของอำเภอปากช่อง อร่อยสะอาดรอนานไปหน่อย แต่ก็อิ่มก่อนเดินทางกลับ จากนั้นระหว่างทางตามแผนการก็จะแวะ ไร่สุวรรณ หาซื้อของรับประทาน เริ่มด้วยไอศรีมนมข้าวโพด และซื้อกลับบ้านไปทานด้วย เดินทางกลับบ้านกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ เป็นอันจบทริปเที่ยวนครราชสีมา โคราชกันแต่เพียงเท่านี้ครับ ตอนต่อไปจะไปไหนต่อ มาติดตามกันนะครับ ฮา
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณโอกาสที่ทำให้เราได้มีโอกาสดูดาวจริงๆ ด้วยกล้องโทรทรรศน์ จากหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ NARIT และเจ้าหน้าที่ที่อำนายความสะดวกและให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ แต่ก่อนน้อยคนนักจะได้เข้าถึง แต่ตอนนี้เราได้เข้าถึงแล้ว เป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆคนรุ่นใหม่ ที่ในยุคต่อไป อุตสาหกรรมด้านอวกาศ ต้องมาอย่างแน่นอนครับ
ขอขอบคุณ
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
- หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
- วัดป่าสาลวัน (หลวงพ่อพุธ)
- วัดบ้านไร่ หลวงพ่อคูณ
- อารามจีนปากช่องเขาใหญ่เป่าซานซื่อ
- เขายายเที่ยง
![]()

